ควันหลงบุญกฐิน จากน้องแจ๋ว
น้องแจ๋วมารายงานตัวค่ะ
ขอโทษจริงๆค่ะที่เงียบหายไปนาน ก็เจ้านายน้องแจ๋วซิคะ ใช้งานหนักไม่ได้พัก ไม่ได้ผ่อนเลยล่ะค่ะ เนี่ย...เห็นว่าใกล้ปีใหม่ก็แอบหวังโบนัส ( อิ...อิ..) จะได้พาคุณๆ ไปเที่ยวได้ไกลๆงัยคะ ใหนๆคราวก่อนก็ไปวัดแล้ว ครั้งนี้ก็ไปวัดกันต่อแล้วกันนะคะ ไปดูควันหลงงานกฐินกันดีกว่าค่ะ เพราะช่วงปลายปีที่ผ่านมางานกฐินเยอะมาก งานกฐินที่น้องแจ๋วจะพาไปเป็นเพียงวัดป่าเล็กๆ ชื่อว่าสำนักสงฆ์เนินไม้หอม หรือชาวบ้านเรียกชื่อเดิมคือวัดเขาแก้ว แต่ชื่อไปซ้ำกับวัดเขาแก้วที่อยู่จังหวัดเดียวกันก็เลยต้องเปลี่ยนเป็นสำนักสงฆ์เนินไม้หอมค่ะ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ที่สมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติของป่าไม้ และธรรมชาติของชาวพื้นบ้านที่นี่ด้วยค่ะ
เอ้อ...ลืมบอกไปที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ด้วยนะคะ แต่ถูกทิ้งร้างมาเกือบ 200 ปีแล้วก็มีซากของ สถูป อิฐเก่า และหมอไห ถ้วย ชาม สมัยเก่าด้วยค่ะ พระธุดงและชาวบ้านเพิ่งมาช่วยกันสร้างบูรณะเมื่อซัก 20 กว่าปีที่ผ่านมานี้เอง
มีกฐินมารวมกันหลายกองค่ะ กองละนิด กองละหน่อย ได้มาก ได้น้อย ก็ไม่มีใครว่ากันหรอกค่ะมีแต่อนุโมทนาสาธุกันถ้วนหน้า วัดนี้เป็นวัดที่ค่อนข้างสมถะ ไม่ตั้งหน้าตั้งตาก่อสร้าง วัตถุสถานใหญ่โต ให้ต้องรบกวนญาติโยม เงินที่ได้มาจากกฐินเล็กน้อยก็นำมาใช้เป็นประโยชน์ระหว่างปีเท่านั้น เช่นสิ่งของจำเป็นใช้ ค่าไฟ ค่าใช้จ่าย หยูกยา ข้าวสารอาหารแห้งได้ตลอดปี น้องแจ๋วจะเล่าบรรยากาศแบบน่ารัก เป็นกันเองของวัดนี้และชาวบ้าน งานกฐินครั้งนี้จัดขั้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2552 เป็นกฐินสามัคคี แต่มีคุณพ่อและคุณแม่ของน้องแจ๋วเป็นเจ้าภาพประธานจัดตั้งองค์กฐินค่ะ ตอนสายๆก็จะมีการแห่องค์กฐินจากศาลาหนึ่ง ไปยังศาลาพิธี ก็มีขบวนกลองยาว และมีสาวๆ ฟ้อนรำนำหน้าขบวน ( แต่ละคนก็จะมีความสาวไม่เท่ากันนะคะ บางคนสาวมาก บางคนสาวน้อย บางคนสาวเหลือน้อย ) แล้วก็ตามมาด้วยขบวนเครื่องอัฐบริขารต่างๆ หรือที่เรียกว่าองค์กฐินนั่นเอง เสร็จแล้วก็นำขึ้นศาลาที่ต็มไปด้วยป่าหิมพานต์ ที่จัดใว้สำหรับงานเทศน์มหาชาติในวันต่อไป ( ป่าหิมพานต์เป็นลักษณะของศาลาที่ชาวบ้านช่วยกันนำ ผลไม้ กล้วย อ้อยและสิ่งของต่างๆมาแขวนใว้มากมาย เพื่อที่ใช้ในวันเทศน์มหาชาติและเมื่อป่าหิมพานต์แตก เด็กๆและผู้ใหญ่ก็จะพากันแย่งกันเก็บผลไม้เหล่านั้น เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานมากๆเลย หรืออีกนัยนึ่งคือการให้ทานอีกหนึ่งรูปแบบ) พอพิธีถวายกฐินแด่พระสงฆ์เสร็จเรียบร้อยก็จะเป็นเวลาที่ทุกคนรอคอยคือการโยนทาน ซึ่งคุณแม่ของน้องแจ๋วท่านชอบโยนทานมากไม่ว่าจะเป็น งานบวช งานแต่ง งานวัด งานศพ งานทำบุญบ้านท่านจะต้องโยนทานทุกครั้ง ท่านบอกว่าชาตินี้เกิดมาช่างยากจนนัก ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วได้ทำบุญทำทานมาบ้างหรือปล่า ชาตินี้ท่านก็เลยขยันโยนทานบ่อยๆ

การโยนทานก็คือพวกเราจะนำเหรียญ1 บาท เหรียญ 5 บาท เหรียญ 10 บาท มาห่อด้วยกระดาษแก้วสีสันสวยงาม แล้วก็นำมาใส่ถาดใว้แล้วลูกหลานก็มาช่วยกันโยน ชาวบ้านก็จะรอรับทานนี้กันอย่างสนุกสนาน ในงานวัดก็จะมีผู้ใจบุญ บริจาคเงินทอง และอาหารมาทำเป็นซุ้มโรงทานชั่วคราวแบบน่ารักๆ มีอาหารประเภทต่างๆใว้บริการแก่ผู้ที่มาร่วมกันบุญ งานนี้ต้องยกความชอบให้จ่าสิบเอก มานิตย์ ไชยหงษ์ เป็นโต้โผในการคิดและรวบรวมทุนทรัพย์มาจากผองเพื่อนแดนใกล้ ไกลจึงมาเป็นซุ้มโรงทานนี้ได้
น้องแจ๋วจะนำประวัติการทำบุญทอดกฐินมาฝากนะคะ
สมัยหนึ่ง ได้มีพระภิกษุชาวเมืองปาฐาจำนวน ๓๐ รูป พากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี ขณะนั้นวันจำพรรษาได้ไกล้เข้ามา พวกภิษุเหล่านั้นจึงได้พากันจำพรรษาที่เมืองพระเชตวันมหาวิหาร ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่จำพรรษาภิษุเหล่านั้นมีความตั้งใจอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องไปเฝ้าพระพุทธเจ้าให้ได้ ครั้นพอ ออกพรรษาแล้ว พากันออกเดินทางกรำฝนทนแดดร้อนไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ขณะฤดูฝนยังไม่ทันจะล่วงพ้นสนิท ทำให้พวกภิกษุชาวเมืองปาฐาเหล่านั้นมีจีวรเปียกชุ่มและเปรื่อนด้วยโคลนตม พอไปถึงพระเชตวันมหาวิหารได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงเห็นใจในความยากลำบากของภิษุเหล่านั้น จึงอนุญาตให้หาผ้ากฐินหรือผ้าที่ขึงเย็บด้วยไม้สะดึงมาใช้เปลี่ยนถ่ายแทนผ้าเก่า ฝ่ายนางวิสาขามหาอุบาสิกาเมื่อได้ทราบถึงพุทธประสงค์แล้ว นางก็ได้นำผ้ากฐินไปถวายแด่พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน และนางได้เป็นคนแรกที่ได้ถวายผ้ากฐินในพระพุทธศาสนา
การทำบุญกฐิน หรือการหาผ้ากฐินในสมัยก่อนๆ ของคนอีสานนั้นสันนิษฐานว่าเป็นเรื่องหรือเป็นกิจกรรมของพระที่จะต้องช่วยเหลือกัน และครั้นพอทำสำเร็จแล้วก็มอบ หมายให้พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่ปรากฏในกฐินขันธกะ แห่งพระวินัยปิฎกและฎีกาสมันตปาสาทิกาว่า:- พระที่มีคุณสมบัติ สมควรที่จะได้รับกฐิน คือ เป็นผู้ที่มีอายุมาก มีพรรษามาก เป็นผู้ที่มีจีวรเก่า เป็นผู้ที่ฉลาด สามารถรู้อานิสงค์ ๕ มาติกา ๘ รู้จักการกรานกฐิน พินทุ ปัจจุธรณ์และอธิษฐาน และเป็นผู้ที่สามารถกระทำกฐินัตถารกิจได้
- สถานที่ตั้งของสำนักสงฆ์เนินไม้หอม อยู่ที่ หมู่ 11 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ห่างจากกรุงเทพประมาณ 200 กว่ากิโลเมตร
เดินทางโดยรถประจำทาง กรุงเทพ – ตราด หรือรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกค่ะ จากตัวเมืองจันทบุรีมุ่งหน้าไปจังหวัดตราด ตรงไปประมาณ 23 กิโลเมตร เข้าเส้นสุขุมวิทเดิม ก็มีทางแยกซ้ายมือบอกทางไปวัดวังสรรพรส และสำนักสงฆ์เนินไม้หอมเข้าไปอีก 5 กิโลเมตรก็ถึงทางขึ้นเขาแล้วค่ะ
ยังมีวัดและกิจกรรมทางพระพุธศาสนาอีกหลายที่ ที่น้องแจ๋วอยากพาคุณไปสัมผัส ไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟังใหม่ อย่าเพิ่งเบื่อวัดเสียก่อนนะคะ
Last Updated (Friday, 22 January 2010 12:46)







